อักษรย่อบอกนามคัมภีร์
อง. อฏฐก.
องคุตตรนิกาย อฏฐกนิปาต
อง. จตุกก.
จตุกกนิปาต
อง. ฉก
ฉกกนิปาต
อง. ติก.
ติกนิปาต
อง. ทสก.
ทสกนิปาต
อง. ปญจก.
ปญจกนิปาต
อง. สตตก.
สตตกนิปาต
ขุ. อิติ.
ขุททกนิกาย อิติวุตตก
ขุ. อุ.
อุทาน
ขุ. ขุ.
ขุททกปาฐ
ขุ. จริยา. จริยาปิฏก
ขุ. จู.
จูฬนิทเทส
ขุ. ชา. อฏฐก. ขุททกนิกาย ชาตก อฏฐกนิปาต
ขุ. ชา. อสีติ.
อสีตินิปาต
ขุ. ชา. เอก.
เอกนิปาต
ขุ. ชา. จตตาฬีส.
จตตาฬีสนิปาต
ขุ. ชา. จตุกก.
จตุกกนิปาต
ขุ. ชา. ฉกก.
ฉกกนิปาต
ขุ. ชา. ตึส.
ตึสนิปาต
ขุ. ชา. ติก.
ติกนิปาต
ขุ. ชา. เตรส.
เตรสนิปาต
ขุ. ชา. ทวาทส.
ทวาทสนิปาต
ขุ. ชา. ทสก.
ทสกนิปาต
ขุ. ชา. ทุก.
ทุกนิปาต
ขุ. ชา. นวก.
นวกนิปาต
ขุ. ชา. ปกิณณก.
ขุททกนิกาย ชาตก ปกิณณกนิปาต
ขุ. ชา. ปญจก.
ปญจกนิปาต
ขุ. ชา. ปญญาส.
ปญญาสนิปาต
ขุ. ชา. มหา.
มหานิปาต
ขุ. ชา. วีส.
วีสตินิปาต
ขุ. ชา. สฏฐิ.
สฏฐินิปาต
ขุ. ชา. สตตก.
สตตกนิปาต
ขุ. ชา. สตตติ.
สตตตินิปาต
ขุ. เถร.
ขุททกนิกาย เถรคาถา
ขุ. เถรี.
เถรีคาถา
ขุ. ธ.
ธมมปท
ขุ. ปฏิ.
ปฏิสมภิทามคค
ขุ. พุ
พุทธวํส
ขุ. มหา. มหานิทเทส
ขุ. สุ. สุตตนิปาต
ที. ปาฏิ. ทีฆนิกาย ปาฏิกวคค
ที. มหา. มหาวคค
ม. อุป.
มชฌิมนิกาย อุปริปณณาสก
ม. ม.
มชฌิมปณณาสก
สํ. นิ.
สํยุตตนิกาย นิทานวคค
สํ. มหา.
มหารวารวคค
สํ. ส.
สคาถวคค
สํ. สฬ.
สฬายตนวคค
ส. ม.
สวดมนต์ฉบับหลวง (พิมพ์ครั้งที่ ๕)
- / -
เลขหน้าขีดบอกเล่ม เลขหลังขีดบอกหน้า
จิตตวรรค คือ
หมวดจิต
๑. อนวสสุตจิตตสส อนนวาหตเจตโส
ปุญญปาปปหีนสส นตถิ ชาครโต ภยํ.
ผู้มีจิตอันไม่ชุ่มด้วยราคะ
มีใจอันโทสะไม่กระทบแล้ว
มีบุญและบาปอันละได้แล้ว
ตื่นอยู่ ย่อมไม่มีภัย
( พุทธ ) ขุ. ธ. ๒๕ / ๒๐.
๒.
กุมฺภูปมํ กายมิมํ วิทิตฺวา
นครูปมํ จิตตมิทํ ถเกตวา
โยเธถ มารํ ปญญาวุเธน
ชิตญจ รกเข อนิเวสโน สิยา
บุคคลรู้กายนี้ที่เปรียบด้วยหม้อ
กั้นจิตที่เปรียบด้วยเมืองนี้แล้ว
พึงรบมารด้วยอาวุธคือปัญญา
และพึงรักษาแนวที่ชนะไว้
ไม่พึงยับยั้งอยู่
(
พุทธ ) ขุ. ธ. ๒๕ / ๒๐.
๓. จิตเตน นียติ โลโก จิตเตน ปริกสสติ
จิตตสส
เอกธมมสส สพเพว วสมนวคู.
โลกถูกจิตนำไป ถูกจิตชักไป, สัตว์ทั้งปวงไปสู่อำนาจแห่งจิตอย่างเดียว
(
พุทธ ) สํ. ส. ๑๕ / ๕๔.
๔. ตณหาธิปนนา วตตสีลพทธา
ลูขํ ตปํ วสสสตํ จรนตา
จิตตญจ เนสํ น
สมมา วิมุตตํ
หีนตตรูปา น
ปารงคมา เต.
ผู้ถูกตัณหาครอบงำ
ถูกศีลพรตผูกมัด
ประพฤติตบะอันเศร้าหมองตั้งร้อยปี, จิตของเขาก็หลุดพ้นด้วยดีไม่ได้
เขามีตนเลวจะถึงฝั่งไม่ได้
(
พุทธ ) สํ. ส. ๑๕ / ๔๐.
๕. ทุนนิคคหสส ลหุโน ยตถ กามนิปาติโน
จิต ตสส
ทมโถ สาธุ จิตตํ
ทนตํ สุขาวหํ.
การฝึกจิตที่ข่มยาก
ที่เบา
มักตกไปในอารมณ์ที่น่าใคร่
เป็นความดี, (เพราะว่า)
จิตที่ฝึกแล้ว นำสุขมาให้
(
พุทธ ) ขุ. ธ.
๒๕ / ๑๙.
๖. ปทุฏฐจิตตสส น ผาติ โหติ
น จาปิ นํ
เทวตา ปูชยนติ
โย ภาตรํ เปตติกํ สาปเตยยํ
อวญจยี ทุกกฏกมมการี.
ผู้ใดทำกรรมชั่ว
ล่อลวงเอาทรัพย์สมบัติพี่น้องพ่อแม่
ผู้นั้นมีจิตชั่วร้าย
ย่อมไม่มีความเจริญ
แม้เทวดาก็ไม่บูชาเขา
(
นทีเทวดา ) ขุ. ชา.
ติก. ๒๗ /๑๒๐.
๗. ภิกขุ สิยา ฌายิ วิมุตตจิตโต
อากงเข เว
หทยสสานุปตตึ
โลก สส ญตวา อุทยพพยญจ
สุเจต โส อนิสสิโต ตทานิสํโส.
ภิกษุเพ่งพินิจ
มีจิตหลุดพ้น
รู้ความเกิดและความเสื่อมแห่งโลกแล้ว
มีใจดี ไม่ถูกกิเลสอาศัย มีธรรมนั้นเป็นอานิสงส์ พึงหวังความบริสุทธิ์แห่งใจได้
( เทวปุ ตต ) สํ. ส. ๑๔ / ๗๓.
๘. โย อลีเนน จิตเตน อลีนมนโส
นโร
ภาเวติ กุสลํ ธมมํ โยคกเขมสส ปตติยา
ปาปุเณ อนุปุพเพน สพพสํโยชนกขยํ.
คนใด มีจิตไม่ท้อถอย มีใจไม่หดหู่ บำเพ็ญกุศลธรรม เพื่อบรรลุธรรมที่เกษมจากโยคะ พึงบรรลุธรรมเป็นที่สิ้นสังโยชน์ทั้งปวงได้.
(
พุทธ ) ขุ. ชา.
เอก. ๒๗ / ๑๘.
๙. สุทุททสํ สุนิปุณํ ยตถ กามนิปาตินํ
จิต ตํ รกเขถ เมธาวี จิตตํ คุตตํ
สุขาวหํ.
ผู้มีปัญญา
พึงรักษาจิตที่เห็นได้ยากนัก
ละเอียดนัก
มักตกไปในอารมณ์ที่น่าใคร่, (เพราะว่า)
จิตที่คุ้มครองแล้ว
นำสุขมาให้
( พุทธ ) ขุ. ธ. ๒๕ / ๑๙.
ธัมมวรรค คือ หมวดธรรม
๑๐. อตถงคตสส น ปมาณมตถิ
เยน นํ
วชชุ ตํ ตสส นตถิ
สพเพสุ ธมเมสุ สมูหเตสุ
สมูหตา วาทปถาปิ สพเพ
ท่านผู้ดับไป (คือปรินิพพาน) แล้ว ไม่มีประมาณ, จะพึงกล่าวถึงท่านนั้นด้วยเหตุใด เหตุนั้นของท่านก็ไม่มี, เมื่อธรรมทั้งปวง (มีขันธ์เป็นต้น) ถูกเพิกถอนแล้ว แม้คลองแห่งถ้อยคำที่จะพูดถึง (ว่าผู้นั้นเป็นอะไร) ก็เป็นอันถูกเพิกถอนเสียทั้งหมด
(
พุทธ ) ขุ. สุ.
๒๕ / ๕๓๙. ขุ. จู. ๓๐ / ๑๓๙.
๑๑. อาทาน ตณฺหํ วินเยถ สพฺพํ
อุทฺธํ อโธ ติริยํ วาปิ มชฺเฌ
ยํ ยํ
หิ โลกสฺมึ อุปาทิยนฺติ
เต
เนว มาโร อนฺเวติ ชนฺตุ
พึงขจัดตัณหาที่เป็นเหตุถือมั่นทั้งปวง ทั้งเบื้องสูง เบื้องต่ำ เบื้องขวาง ท่ามกลาง, เพราะเขาถือมั่นสิ่งใด ๆ ในโลกไว้ มารย่อมติดตามเขาไป เพราะสิ่งนั้น ๆ
(พุทธ) ขุ. สุ.
๒๕ / ๕๔๖.
ขุ. จู. ๓๐
/ ๒๐๒.
๑๒. อุจฺฉินฺท
สิเนหมตฺตโน
กุมุทํ สารทิกํว ปาณินา
สนฺ
ติมคฺคเมว พฺรูหย
นิพฺพานํ สุคเตน เทสิตํ
จงเด็ดเยื่อใยของตนเสีย เหมือนเอาฝ่ามือเด็ดบัวในฤดูแล้ง จงเพิ่มพูนทางสงบ (ให้ถึง) พระนิพพานที่พระสุคตแสดงแล้ว
(พุทธ) ขุ. ธ.
๒๕ / ๕๓.
๑๓. โอวเทยยานุสาเสยย อสพภา จ
นิวารเย
สตํ หิ
โส ปิโย โหติ อสตํ โหติ อปปิโย.
บุคคลควรเตือนกัน
ควรสอนกัน
และป้องกันจากคนไม่ดี
เพราะเขาย่อมเป็นที่รักของคนดี
แต่ไม่เป็นที่รักของคนไม่ดี
(พุทธ) ขุ. ธ.
๒๕ / ๒๕.
๑๔. กาเมสุ
พรหมจริยวา วีตตณโห
สทา สโต
สงขาย นิพพุโต
ภิกขุ ตสส โน
สนติ อิญชิตา
ภิกษุผู้เห็นโทษในกาม มีความประพฤติประเสริฐ ปราศจากตัณหา มิสติทุกเมื่อ พิจารณาแล้ว ดับกิเลสแล้ว ย่อมไม่มีความหวั่นไหว
(พุทธ) ขุ. สุ.
๒๕ / ๕๓๑.
ขุ. จู. ๓๐
/ ๓๕.
๑๕. ขตติโย จ อธมมฏโฐ เวสโส จาธมมนิสสิโต
เต ปริจจชชุโภ โลเก อุปปชชนติ ทุคคตึ
กษัตริย์ไม่ทรงตั้งอยู่ในธรรม และแพศย์ (นสามัญ) ไม่อาศัยธรรม ชนทั้ง ๒ นั้นละโลกแล้ว ย่อมเข้าถึงทุคติ
(โพธิสตต) ขุ. ชา
ปญจก. ๒๗ / ๑๗๕.
๑๖. คตทธิโน
วิโสกสส วิปปมุตตสส สพพธิ
สพพคนถปปหีนสส ปริฬาโห น วิชชติ
ท่านผู้มีทางไกลอันถึงแล้ว หายโศก หลุดพ้นแล้วในธรรมทั้งปวง ละกิเลสเครื่องรัดทั้งปวงแล้ว ย่อมไม่มีความเร่าร้อน
(พุทธ) ขุ. ธ. ๒๕ / ๒๗.
๑๗. จเช
ธนํ องควรสส เหตุ
องคํ จเช ชีวิตํ รกขมาโน
องคํ ธนํ ชีวิตญจาปิ สพพํ
จเช นโร
ธมมมนุสสรนโต
พึงสละทรัพย์เพื่อรักษาอวัยวะ, เมื่อรักษาชีวิตพึงสละอวัยวะ, เมื่อคำนึงถึงธรรม พึงสละอวัยวะ ทรัพย์ และแม้ชีวิต ทุกอย่าง
(โพธิสตต) ขุ.
ชา. อสีติ. ๒๘ / ๑๔๗.
๑๘. ฉนทชาโต อนกขาเต มนสา จ ผุโฐ สิยา
กาเม จ
อปฏิพทธจิตโต อุทธํโสโตติ
วุจจติ
พึงเป็นผู้พอใจและประทับใจในพระนิพพานที่บอกไม่ได้ ผู้มีจิตไม่ติดกาม ท่านเรียกว่าผู้มีกระแสอยู่เบื้องบน
(พุทธ)
ขุ. ธ. ๒๕ / ๔๔.
๑๙. ชิฆจฉา ปรมา โรคา สงขารา ปรมา ทุกขา
เอตํ ญตวา ยถาภูตํ นิพพานํ ปรมํ สุขํ.
ความหิวเป็นโรคอย่างยิ่ง สังขารเป็นทุกข์อย่างยิ่ง รู้ข้อนั้นตามเป็นจริงแล้ว ดับเสียได้ เป็นสุขอย่างยิ่ง.
(พุทธ) ขุ. ธ. ๒๕ / ๔๒.
๒๐. ชีรนติ เว ราชรถา สุจิตตา
อโถ สรีรมปิ ชรํ อุเปติ
สตญจ ธมโม น
ชรํ อุเปติ
สนโต หเว สพภิ ปเวทยนติ.
ราชรถอันงดงามย่อมคร่ำคร่า แม้ร่างกายก็เข้าถึงชรา
ส่วนธรรมของสัตบุรุษย่อมไม่เข้าถึงชรา สัตบุรุษกับอสัตบุรุษเท่านั้นย่อมรู้กันได้
(พุทธ) สํ. ส.
๑๕ / ๑๐๒.
๒๑. เต
ฌายิโน สาตติกา นิจจํ ทฬหปรกกมา
ผุสนติ ธีรา นิพพานํ โยคกเขมํ อนุตตรํ.
ผู้ฉลาดนั้นเป็นผู้เพ่งพินิจ มีเพียรติดต่อ บากบั่นมั่นคงเป็นนิตย์ ย่อมถูกต้องพระนิพพานอันปลอดจากโยคะ หาธรรมอื่นยิ่งกว่ามิได้
(พุทธ) ขุ. ธ.
๒๕ / ๑๘.
๒๒. ทุกขเมว หิ
สมโภติ ทุกขํ ติฏฐติ
เวติ จ
นาญญตร
ทุกขา สมโภติ นาญญตร ทุกขา
นิรุชฌติ
ทุกข์เท่านั้นเกิดขึ้น ทุกข์ย่อมตั้งอยู่ และเสื่อมไป นอกจากทุกข์ไม่มีอะไรเกิด
นอกจากทุกข์ไม่มีอะไรดับ
(วชิราภิกขุนี ) สํ.
ส. ๑๕ / ๑๙๙. ขุ. มหา. ๒๙ / ๕๓๖.
๒๓. ธมโม ปโถ
มหาราช อธมโม ปน
อุปปโถ
อธมโม นิรยํ เนติ ธมโม ปาเปติ สุคตึ
มหาราช ธรรมเป็นทาง (ควรดำเนินตาม) ส่วนอธรรมนอกลู่นอกทาง (ไม่ควรดำเนินตาม) อธรรมนำไปนรก ธรรมให้ถึงสวรรค์
(โพธิสตต) ขุ. ชา.
สฏฐิ. ๒๘ / ๓๙.
๒๔. นนทิสญโญชโน โลโก วิตกกสส
วิจารณา
ตณหาย วิปปหาเนน นิพพานํ อิติ วุจจติ
สัตว์โลกมีความเพลินเป็นเครื่องผูกพัน มีวิตกเป็นเครื่องเที่ยวไป ท่านเรียกว่านิพพาน เพราะละตัณหาได้
(
พุทธ ) ขุ.
สุ. ๒๕ / ๕๔๗. ขุ. จุ. ๓๐/๓๑๖,๒๑๗..
๒๕. นาญฺญตฺร โพชฺฌาตปสา นาญฺญตฺร อินฺทฺริยสํวรา
นาญฺญตฺร สพฺพนิสฺสคฺคา โสตฺถึ ปสฺสามิ ปาณินํ
เรา (ตถาคต) ไม่เห็นความสวัสดีของสัตว์ทั้งหลาย นอกจากปัญญา ความเพียร ความระวังตัว และการสละสิ่งทั้งปวง
(พุทธ) สํ. ส. ๑๕ / ๗๕.
๒๖. ปญฺจกฺขนฺธา
ปริญฺญาตา ติฏฺฐนฺติ ฉินฺนมูลกา
ทุกฺขกฺขโย อนุปฺปตฺโต นตฺถิทานิ ปุนพฺภโว.
เบญจขันธ์ที่กำหนดรู้แล้ว
มีรากขาดตั้งอยู่ ถึงความสิ้นทุกข์แล้ว ก็ไม่มีภพต่อไปอีก
(พรหมทตตเถรี) ขุ. เถร. ๒๖ /๓๓๔.
๒๗. ปตตา
เต นิพฺพานํ เย ยุตฺตา ทสพลสฺส ปาวจเน
อปฺโปสฺสุกฺกา ฆเฏนฺติ ชาติมรณปฺปหานาย.
ผู้ใด ประกอบในธรรมวินัยของพระทศพล มีความขวนขวายน้อย พากเพียรละความเกิดความตาย ผู้นั้นย่อมบรรลุพระนิพพาน
(สุเมธาเถร) ขุ. เถรี. ๒๖ / ๕๐๒.
๒๘. พหุสฺสุตํ อุปาเสยฺย สุตญฺจ น วินาสเย
ตํ มูลํ พฺรหมฺจริยสฺส ตสฺมา ธมฺมธโร สิยา.
พึงนั่งใกล้ผู้เป็นพหูสูต
และไม่พึงทำสุตะให้เสื่อม
สุตะนั้นเป็นรากแห่งพรหมจรรย์ เพราะฉะนั้น ควรเป็นผู้ทรงธรรม
(อานนทเถร) ขุ. เถร. ๒๖ / ๔๐๖.
๒๙. มคฺคานฏฺฐงฺคิโก เสฏฺโฐ สจฺจานํ จตุโร ปทา
วิราโค เสฏฺโฐ ธมฺมานํ ทิปทานญฺจ จกฺขุมา
บรรดาทางทั้งหลาย
ทางมีองค์ ๘ ประเสริฐสุด, บรรดาสัจจะทั้งหลาย บท
๔ ประเสริฐสุด, บรรดาธรรมทั้งหลาย วิราคธรรมประเสริฐสุด, และบรรดาสัตว์ ๒
เท้าทั้งหลาย
พระพุทธเจ้าผู้มีจักษุประเสริฐสุด
(
พุทธ ) ขุ. ธ. ๒๕ / ๕๑.
๓๐. ยตฺถ นามญฺจ รูปญฺจ อเสสํ อุปรุชฺฌติ
วิญฺญาณสฺส นิโรเธน เอตฺเถตํ อุปรุชฺฌติ.
นามและรูป
ย่อมดับไม่เหลือในที่ใด
นามและรูปนี้
ย่อมดับในที่นั้น
เพราะวิญญาณดับ.
( พุทธ ) ขุ. สุ. ๒๕ / ๕๓๑. ขุ. จุ. ๓๐/๒๑.
๓๑. ยมฺหิ สจฺจญฺจ ธมฺโม จ อหึสา สญฺญโม ทโม
เอตทริยา เสวนฺติ เอตํ โลเก อนามตํ.
สัจจะ ธรรมะ อหิงสา สัญญมะ และทมะ มีอยู่ในผู้ใด อารยชนย่อมคบผู้นั้น
นั่นเป็นธรรมอันไม่ตายในโลก.
(
อุปสาฬหกโพธิสตต ) ขุ. ชา. ทุก. ๒๗ / ๕๘.
๓๒. ยานิ โสตานิ โลกสฺมึ สติ เตสํ นิวารณํ
โสตานํ สํวรํ พฺรูมิ ปญฺญาเยเต ปิถิยฺยเร.
กระแสเหล่าใดมีอยู่ในโลก
สติเป็นเครื่องกั้นกระแสเหล่านั้น
เรากล่าวว่าสติเป็นเครื่องกั้นกระแส
กระแสเหล่านั้นอันบุคคลปิดกั้นได้ด้วยปัญญา
(พุทธ) ขุ.สุ.๒๕
/๕๓๐. ขุ.จู.๓๐/๑๖, ๒๐.
๓๓. เย สนตจิตฺตา นิปกา สติมนฺโต จ ฌายิโน
สมฺมา ธมฺมํ วิปสฺสนฺติ กาเมสุ อนเปกฺขิโน
ผู้มีจิตสงบ
มีปัญญาเครื่องรักษาตัว
มีสติ
เป็นผู้เพ่งพินิจไม่เยื่อใยในกาม
ย่อมเห็นธรรมโดยชอบ
(พุทธ) ขุ. อิติ. ๒๕ / ๒๖๐.
๓๔. โย จ
ปปญฺจํ หิตฺวาน นิปฺปปญฺจปเท รโต
อาราธยิ โส นิพฺพานํ โยคกฺเขมํ อนุตฺตรํ
ผู้ใดละปปัญจธรรมที่ทำให้เนิ่นช้าได้แล้ว
ยินดีในธรรมที่ไม่มีสิ่งทำให้เนิ่นช้า ผู้นั้นก็บรรลุพระนิพพานอันปลอดจากโยคะ ไม่มีธรรมอื่นยิ่งกว่า
(สารีปุตต) องฺ. ฉกฺก. ๒๒ / ๓๒๙
๓๕. สกํ หิ
ธมฺมํ ปริปุณฺณมาหุ
อญญสฺส
ธมฺมํ ปน หีนมาหุ
เอวมฺปิ วิคฺคยฺห วิวาทยนฺติ
สกํ สกํ สมฺม สติมาหุ สจฺจํ
สมณพราหมณ์บางเหล่า
กล่าวธรรมของตนว่าบริบูรณ์, แต่กล่าวธรรมของผู้อื่นว่าเลว (บกพร่อง), เขาย่อมทะเลาะวิวาทกันแม้ด้วยเหตุนี้ เพราะต่างก็กล่าวข้อสมติของตน ๆ ว่าเป็นจริง
(พุทธ) ขุ. สุ. ๒๕ / ๕๑๑. ขุ. มหา. ๒๙ / ๓๘๓.
๓๖. สมฺมปฺปธานสมฺปนฺโน สติปฏฺฐานโคจโร
วิมุตฺติกุสุม สญฺฉนฺโน ปรินิพฺพายิสฺสตฺยนาสโว
ผู้ถึงพร้อมด้วยสัมมัปปธาน
มีสติปัฏฐานเป็นอารมณ์
ดาดาษด้วยดอกไม้คือวิมุตติ
หาอาสวะมิได้ จักปรินิพพาน
(เทวสภเถร) ขุ. เถร. ๒๖ / ๒๘๒.
๓๗. สุขํ วต
นิพฺพานํ สมฺมาสมฺพุทฺธเทสิตํ
อโสกํ วิรชํ เขมํ ยตฺถ ทุกฺขํ นิรุชฺฌติ
พระนิพพานที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงแสดงแล้ว ไม่มีโศกปราศจากธุลี เกษม เป็นที่ดับทุกข์ เป็นสุขดีหนอ
(หาริตเถร) ขุ. เถร. ๒๖ / ๓๐๙.
๓๘. โสรจฺจํ อวิหึสา จ ปาทา นาคสฺส เต
ทุเว
สติ จ สมฺปชญฺญญฺจ จรณา นาคสฺส เต
ปเร
โสรัจจะและอวิหิงสานั้น เป็นช้างเท้าหลัง สติและสัมปชัญญะนั้น เป็นช้างเท้าหน้า
(อุทายีเถร) ขุ. เถร. ๒๖ / ๓๖๘.
๓๙. หีนํ ธมฺมํ น
เสเวยฺย ปมาเทน น สํวเส
มิจฺฉาทิฏฺฐึ น เสเวยฺย น สิยา โลกวฑฺฒโน
ไม่ควรเสพธรรมที่เลว ไม่ควรอยู่กับความประมาท ไม่ควรเสพมิจฉาทิฏฐิ ไม่ควรเป็นคนรกโลก
(พุทธ) ขุ. ธ. ๒๕ / ๓๗.
๔๐. หีเนน พฺรหฺมจริเยน ขตฺติเย อุปปชฺชติ
มชฺฌิเมน จ เทวตฺตํ อุตฺตเมน วิสุชฺฌติ.
บุคคลย่อมเข้าถึงความเป็นกษัตริย์
ด้วยพรหมจรรย์อย่างเลว, ถึงความเป็นเทวดา
ด้วยพรหมจรรย์อย่างกลาง, ย่อมบริสุทธิ์ ด้วยพรหมจรรย์อย่างสูง
(พุทธ) ขุ. ชา.
มหา. ๒๘ / ๑๙๙.
วิริยวรรค คือ หมวดความเพียร
๔๑. โกสชฺชํ ภยโต ทิสฺวา วิริยารมฺภญฺจ เขมโต
อารทฺธวิริยา โหถ เอสา พุทฺธานุสาสนี
ท่านทั้งหลายจงเห็นความเกียจคร้านเป็นภัย
และเห็นการปรารภความเพียรเป็นความปลอดภัย แล้วปรารภความเพียรเถิด นี้เป็นพุทธานุศาสนี
(พุทธ) ขุ. จริยา. ๓๓ / ๕๙๕
๔๒. ตุมฺเหหิ กิจฺจํ อาตปฺปํ อกฺขาตาโร ตถาคตา
ปฏิปนฺนา ปโมกฺขนฺติ ฌายิโน มารพนฺธนา
ท่านทั้งหลายต้องทำความเพียรเอง
ตถาคตเป็นแต่เพียงผู้บอก
ผู้มีปกติเพ่งพินิจดำเนินไปแล้ว
จักพ้นจากเครื่องผูกของมาร
(พุทธ) ขุ. ธ. ๒๕ / ๕๑.
๔๓. นิทฺทํ ตนฺทึ วิชิมฺหิตํ อรตึ ภตฺตสมฺมทํ
วิริเยน นํ ปณาเมตฺวา อริยมคฺโค วิสุชฺฌติ.
อริยมรรคย่อมบริสุทธิ์ เพราะขับไล่ความหลับ ความเกียจคร้าน ความบิดขี้เกียจ ความไม่ยินดี และความเมาอาหารนั้นได้ด้วยความเพียร
(พุทธ) สํ. ส.
๑๕ / ๑๐.
๔๔. โย จ
วสฺสสตํ ชีเว กุสีโต หีนวีริโย
เอกาหํ ชีวิตํ เสยฺโย วิริยํ อารภโต ทฬฺหํ
ผู้ใดเกียจคร้าน
มีความเพียรเลว
พึงเป็นอยู่ตั้งร้อยปี
แต่ผู้ปรารภความเพียรมั่นคง
มีชีวิตอยู่เพียงวันเดียว
ประเสริฐกว่าผู้นั้น
(พุทธ) ขุ. ธ. ๒๕ /
๓๐
๔๕. สพฺพทา สีลสมฺปนฺโน ปญฺญวา สุสมาหิโต
อารทฺธวิริโย ปหิตตฺโต โอฆํ ตรติ ทุตฺตรํ
ผู้ถึงพร้อมด้วยศีล
มีปัญญา
มีใจมั่งคงดีแล้ว
ปรารภความเพียร
ตั้งตนไว้ในกาลทุกเมื่อ
ย่อมข้ามโอฆะที่ข้ามได้ยาก
(พุทธ) สํ. ส. ๑๕ / ๗๔
สามัคคีวรรค คือ หมวดสามัคคี
๔๖. วิวาทํ ภยโต ทิสฺวา อวิวาทญฺจ เขมโต
สมคฺคา สขิลา โหถ เอสา พุทฺธานุสาสนี
ท่านทั้งหลายจงเห็นความวิวาทโดยความเป็นภัย และความไม่วิวาทโดยความปลอดภัยแล้ว เป็นผู้พร้อมเพรียง มีความประนีประนอมกันเถิด นี้เป็นพระพุทธานุศาสนี
(พุทธ) ขุ. จริยา. ๓๓ / ๕๙๕.
๔๗. สามคฺยเมว สิกฺเขถ พุทฺเธเหตํ ปสํสิตํ
สามคยรโต ธมมฏโฐ โยคกเขมา น
ธํสติ
พึงศึกษาความสามัคคี, ความสามัคคีนั้น
ท่านผู้รู้ทั้งหลาย
สรรเสริญแล้ว, ผู้ยินดีในสามัคคี ตั้งอยู่ในธรรม ย่อมไม่คลาดจากธรรมอันเกษมจากโยคะ
(พุทธ) ขุ. ชา.
เตรส.
๒๗ / ๓๔๖.
๔๘. สุขา สงฺฆสฺส สามคฺคี สมคฺคานญฺจนุคฺคโห
สมคฺครโต ธมฺมฏฺโฐ โยคกฺเขมา น ธํสติ
ความพร้อมเพรียงของหมู่เป็นสุข
และการสนับสนุนคนผู้พร้อมเพรียงกันก็เป็นสุข, ผู้ยินดีในคนผู้พร้อมเพรียงกัน
ตั้งอยู่ในธรรมย่อมไม่คลาดจากธรรมอันเกษมจากโยคะ
(
พุทธ ) ขุ. อิติ. ๒๕ / ๒๓๘.
อัปปมาทวรรค คือ หมวดไม่ประมาท
๔๙. อปฺปมตฺตา สตีมนฺโต สุสีลา โหถ ภิกฺขโว
สุสมาหิตสงฺกปฺปา สจิตฺตมนุรกฺขถ
ภิกษุทั้งหลาย
พวกเธอจงเป็นผู้ไม่ประมาท
มีสติ มีศีลดีงาม ตั้งความดำริไว้ให้ดี คอยรักษาจิตของตน
(พุทธ) ที. มหา. ๑๐ / ๑๔๒.
๕๐. อปฺปมาทรตา โหถ สจิตฺตมนุรกฺขถ
ทุคฺคา อุทฺธรถตฺตานํ ปงฺเก สนฺโนว กุญฺชโร
ท่านทั้งหลาย
จงยินดีในความไม่ประมาท
คอยรักษาจิตของตน, จงถอนตนขึ้นจากหล่ม
เหมือนช่างที่ตกหล่มถอนตนขึ้นฉะนั้น
(
พุทธ ) ขุ. ธ. ๒๕ / ๕๘.
๕๑. อปฺปมาทรโต ภิกขุ ปมาเท ภยทสฺสิ วา
สญฺโญชนํ อณุ ถูลํ ฑหํ อคฺคีว คจฺฉติ
ภิกษุยินดีในความไม่ประมาท
หรือเห็นภัยในความประมาท
ย่อมเผาสังโยชน์น้อยใหญ่ไป
เหมือนไฟไหม้เชื้อน้อยใหญ่ไปฉะนั้น
(
พุทธ ) ขุ. ธ. ๒๕ / ๑๙.
๕๒. อปฺปมาทรโต ภิกฺขุ ปมาเท ภยทสฺสิ วา
อภพฺโพ ปริหานาย นิพฺพานสฺเสว สนฺติเก
ภิกษุยินดีในความไม่ประมาท
หรือเห็นภัยในความประมาท
เป็นผู้ไม่ควรเพื่อจะเสื่อม
(ชื่อว่า)
อยู่ใกล้พระนิพพานทีเดียว
(
พุทธ ) ขุ. ธ. ๒๕ / ๑๙.
๕๓. เอวํวิหารี สโต
อปฺปมตฺโต
ภิกขุ จรํ หิตฺวา มมายิตานิ
ชาติชรํ โสกปริทฺทวญฺจ
อิเธว วิทฺวา ปชเหยฺย ทุกขํ
ภิกษุผู้มีธรรมเป็นเครื่องอยู่อย่างนี้ มีสติ ไม่ประมาท ละความถือมั่นว่าของเราได้แล้วเที่ยวไป เป็นผู้รู้ พึงละชาติ ชรา
โสกะ ปริเทวะ และทุกข์ ในโลกนี้ได้
( พุทธ ) ขุ. สุ. ๒๕ / ๕๓๕. ขุ.
จู. ๓๐ / ๙๒.
๕๔. อุฏฐาเนนปฺปมาเทน สญฺญเมน ทเมน จ
ทีปํ กยิราถ เมธาวี ยํ โอโฆ นาภิกีรติ
คนมีปัญญา พึงสร้างเกาะ ที่น้ำหลากมาท่วมไม่ได้ ด้วยความหมั่น ความไม่ประมาท ความสำรวม และความข่มใจ
(
พุทธ ) ขุ. ธ. ๒๕ / ๑๘.
*********************